
เกมที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดียม เจ้าถิ่นสวอนซีสร้างเซอร์ไพรส์ขึ้นนำก่อน นาทีที่ 12 จากลูกยิงสุดสวยของ กอนซาโล ฟรังโก้ ที่ปั่นเสียบสามเหลี่ยมอย่างเฉียบขาด ทำให้ทีมจากแชมเปี้ยนชิพออกนำ 1-0
ซิตี้พยายามตั้งเกมบุกอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มี เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ที่ได้พัก แต่ก็พลาดโอกาสหลายครั้ง จนกระทั่งนาทีที่ 39 เจเรมี โดกู ยิงไกลแฉลบแนวรับสวอนซีเข้าประตู กลายเป็นประตูตีเสมอ 1-1 ก่อนหมดครึ่งแรก
ครึ่งหลังทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เดินหน้ากดดันต่อเนื่อง และมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 77 จากจังหวะที่ โอมาร์ มาร์มูช ซัดเต็มข้อเสียบตาข่าย เป็นประตูแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ รายาน แชร์กี ยิงปิดกล่องจากระยะเผาขน ส่งบอลผ่านมือ แอนดี้ ฟิชเชอร์ เข้าเสาไกล ทำให้แมนฯ ซิตี้ชนะ 3-1 และตบเท้าเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
เกมนี้ กวาร์ดิโอล่าเลือกพักตัวหลักหลายราย ทั้ง ฮาลันด์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, รูเบน ดิอาส และ ทิจจานี่ เรย์เยนเดอร์ส โดยมีเพียง ออสการ์ บ็อบบ์ ที่รอดจากเกมพ่ายแอสตัน วิลล่าเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน
ขณะที่แนวรับยังใช้ผู้เล่นหมุนเวียนอย่าง อับดุคอดีร์ คูซานอฟ และผู้รักษาประตูดาวรุ่ง เจมส์ ทราฟฟอร์ด ที่กลับมาเฝ้าเสาหลังห่างสนามไปกว่า 5 สัปดาห์ ซึ่งเจ้าตัวมีจังหวะเซฟสำคัญป้องกันประตูได้หลายครั้ง
สวอนซีเองแม้เปลี่ยนทีมหลายตำแหน่ง แต่ต่อกรกับแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ดีในช่วงแรก ก่อนจะถูกความเฉียบคมของแนวรุกซิตี้ลงโทษในช่วงท้ายเกม
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของคาราบาวคัพ และยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทุกถ้วยในฤดูกาลนี้ ส่วนสวอนซีต้องกลับไปเน้นเกมลีกต่อไป
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์