วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 22.00 น. (เวลาไทย)
สนาม: ฮิลล์ ดิกกินสัน สเตเดียม

ฌอน ไดช์ เตรียมนำทีมน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ บุกไปเยือนสโมสรเก่าของเขาอย่าง เอฟเวอร์ตัน ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดเข้มข้นสุดสัปดาห์นี้ ทั้งสองทีมเจอกันครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน โดย อับดูลาย ดูกูเร ยิงประตูชัยนาที 94 ให้ทอฟฟี่สีน้ำเงินชนะ 1-0
แพ้ – เสมอ – ชนะ – ชนะ – แพ้ – ชนะ
แพ้ – เสมอ – ชนะ – ชนะ – แพ้ – ชนะ
เสมอ – ชนะ – ชนะ – ชนะ – แพ้ – ชนะ
เอฟเวอร์ตัน (เหย้า): แพ้ 2 ชนะ 1
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ (เยือน): ชนะ 2 แพ้ 1
เอฟเวอร์ตันของ เดวิด มอยส์ เพิ่งปลดล็อกสถิติอัปยศที่ไม่เคยบุกชนะบอร์นมัธได้เลย 7 นัดติด ด้วยการบุกเฉือน 1-0 จากประตูของ แจ็ค กรีลิช ช่วงท้ายเกม ฟอร์มโดยรวมถือว่าน่าพอใจ ชนะ 3 จาก 4 นัดหลังสุด ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 10 ในตารางคะแนน และมีแต้มห่างพื้นที่ท็อปโฟร์เพียง 3 คะแนน
อย่างไรก็ดี เอฟเวอร์ตันยังคงมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ โดยแพ้ในบ้านสองเกมหลังสุดด้วยผลต่างสามประตู เกมนี้พวกเขาต้องเผชิญคู่แข่งที่กำลังมั่นใจอย่างฟอเรสต์
ฟอเรสต์ภายใต้การคุมทีมของ ฌอน ไดช์ กำลังกลับมาอยู่ในเส้นทางที่ดีเยี่ยม เก็บชัย 5 เสมอ 2 จาก 9 นัดหลังรวมทุกรายการ โดยล่าสุดเพิ่งบุกชนะวูล์ฟส์ 1-0 จากประตูของ อิกอร์ เฆซุส ซึ่งเป็นประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของเขาในซีซันนี้
แม้อันดับยังอยู่ที่ 16 แต่ฟอร์มช่วงหลังของฟอเรสต์จัดว่าแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการบุกไปชนะลิเวอร์พูล 3-0 ที่แอนฟิลด์ นับเป็นผลงานระดับสร้างความมั่นใจอย่างยิ่งให้กับนักเตะและแฟนบอล
เกมนี้ยังเป็นการเจอกันระหว่างไดช์กับทีมเก่า เขามีสถิติไม่ดีนักยามมาเยือนเอฟเวอร์ตันสมัยคุมเบิร์นลีย์ โดยชนะเพียง 2 จาก 7 นัด ขณะที่ฟอเรสต์เองก็มีประวัติไม่ค่อยดีนักเวลาเยือนทอฟฟี่ แต่เกมรับที่เริ่มนิ่ง และรูปแบบการเล่นที่เข้าที่ อาจทำให้คู่แข่งเล่นยากพอสมควร
– เอฟเวอร์ตันชนะ 7 จาก 11 นัดหลังสุดที่พบฟอเรสต์ในพรีเมียร์ลีก
– เอฟเวอร์ตันเก็บคลีนชีตในการชนะทั้ง 7 นัดนั้น
– พบกันล่าสุด: เมษายน 2025 ฟอเรสต์แพ้ในบ้าน 0-1
– จาร์ราด แบรนธ์เวต, เชมัส โคลแมน (แฮมสตริง), เมอร์ลิน โรห์ล (ไส้เลื่อน) ยังพัก
– ไมเคิล คีน ยังไม่ชัวร์ว่าฟิตพอลงสนามหรือไม่
– อิดริสซา เกเย ติดโทษแบน (นัดที่สอง)
– ทิม อิโรเอกบูนัม ติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลือง
– เจมส์ การ์เนอร์ อาจต้องขยับไปยืนแบ็กขวา
– แผงหลังคาดว่า เจค โอไบรอัน จับคู่ เจมส์ ทาร์คอฟสกี
– ดไวท์ แมคนีล อาจถูกดันไปเล่นกองกลางตัวรุก
– โอลา ไอนา, ดิลาน บักวา, ดักลาส ลุยซ์ (ต้นขา), คริส วูด, แองกัส กันน์ (เข่า), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก (โคนขาหนีบ), ไตโว อโวนิยี (กล้ามเนื้อ) ยังเจ็บ
– มอร์แกน กิ๊บส์-ไวต์ เจ็บหลังเล็กน้อย แต่คาดว่าฟิตทัน
– มูริโญ ต้องรอเช็กความฟิต หากไม่พร้อม โมราโต้ กับ นิโคลา มิเลนโควิช จะยืนคู่เซนเตอร์ต่อ
– เอเลียต แอนเดอร์สัน และ อิบราฮิม ซ็องกาเร เป็นตัวเลือกแดนกลาง
– แนวรุกนำโดย คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ อิกอร์ เฆซุส
พิกฟอร์ด; การ์เนอร์, โอไบรอัน, ทาร์คอฟสกี, ไมโคเลนโก; ดิวส์เบอรี-ฮอลล์, อัลคาราซ; เอ็นดิอาย, แมคนีล, กรีลิช; แบร์รี
เซลส์; ซาโวนา, มิเลนโควิช, โมราโต้, วิลเลียมส์; ซ็องกาเร, แอนเดอร์สัน; เอนดอย, กิ๊บส์-ไวต์, ฮัดสัน-โอดอย; เฆซุส
ที่ผ่านมาคู่นี้มักยิงกันน้อยและสูสี ฟอเรสต์กำลังมั่นใจจากฟอร์มการเล่นช่วงหลัง แต่เอฟเวอร์ตันเองก็มีจุดขายชัดเจนโดยเฉพาะเกมตั้งรับและโต้กลับ เกมนี้มีแนวโน้มจบลงแบบสูสี
คาดการณ์สกอร์โดยสยามซอคเกอร์: เอฟเวอร์ตัน 1-1 น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์
เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็น: เสมอ 45% – เอฟเวอร์ตัน 30% – ฟอเรสต์ 25%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์