วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 03.00 น. (เวลาไทย)
สนาม: ซานติอาโก เบร์นาเบว

สองยักษ์ใหญ่แห่งยุโรปเผชิญหน้ากันเป็นครั้งที่ 15 ในเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เรอัล มาดริดกำลังเผชิญแรงกดดันหนักหลังพ่ายคาบ้านต่อ เซลตา บีโก 0-2 ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เดินทางมาสเปนพร้อมผลงานชนะรวดสามนัด
ชนะ – ชนะ – ชนะ – แพ้ – ชนะ
ชนะ – เสมอ – ชนะ – ชนะ – แพ้
เรอัล มาดริด: เสมอ – เสมอ – ชนะ – เสมอ – ชนะ – แพ้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้: ชนะ – แพ้ – แพ้ – ชนะ – ชนะ – ชนะ
เรอัล มาดริด (เหย้า UCL): ชนะยูเวนตุส, ชนะมาร์กเซย, ชนะโอลิมเปียกอส
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เยือน UCL): ผลงานทรงตัว แต่เคยบุกชนะที่เบร์นาเบวครั้งล่าสุดเมื่อปี 2020
ผลงานของเรอัล มาดริดช่วงหลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต แพ้คาบ้านเป็นครั้งแรกของฤดูกาลต่อเซลตา บีโก แถมยังโดนไล่ออกถึงสามคน ปัญหาใหญ่ของ ชาบี อลอนโซ คือเกมรับที่บอบช้ำ นักเตะเจ็บหลายราย จนต้องปรับใช้กองหลังดาวรุ่งและผู้เล่นตำแหน่งอื่นขยับลงไปช่วย
แม้แนวรุกยังคงหวังพึ่ง จูด เบลลิงแฮม และ วินิซิอุส จูเนียร์ แต่หาก คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ไม่พร้อมลงสนามเพราะอาการเจ็บ ก็ยิ่งลดศักยภาพในพื้นที่สุดท้าย
ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะพ่าย เลเวอร์คูเซน ในเกมยุโรปล่าสุด แต่นั่นคือเกมที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เปลี่ยนตัวผู้เล่นถึง 10 คน ทำให้ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพที่แท้จริง ปัจจุบันเรือใบกำลังมั่นใจจากการชนะสามนัดติดในพรีเมียร์ลีก โดย ฟิล โฟเดน เริ่มกลับมาร้อนแรง และ ไรอัน แชร์กี แสดงผลงานเด่นจนมีลุ้นตัวจริง
สิ่งที่ต้องจับตาคือแดนกลางของซิตี้ที่ไม่มี โรดรี และ มาเตโอ โควาชิช แต่ความลื่นไหลของเกมรุกและความแข็งแกร่งของคู่กองหลัง รูเบน ดิอาส – โยสโก กวาร์ดิโอล ยังพอประคองทีมได้
ฝั่งมาดริด ปัญหาใหญ่คือเกมรับที่ขาดผู้เล่นตัวหลักแทบยกแผง ไม่ว่าจะเป็น เอแดร์ มิลิเตา, ดานี การ์บาฆาล, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, ดาวิด อลาบา และ เอ็ดดูอาร์โด คามาวิงกา การเจอเกมรุกระดับ เออร์ลิง ฮาลันด์, ฟิล โฟเดน และ เดอคู จึงเป็นโจทย์ยากมาก
– เจอกันในแชมเปียนส์ลีก 14 ครั้ง เรอัล มาดริดชนะ 4 เสมอ 4 แมนฯ ซิตี้ชนะ 6
– ซิตี้ชนะมาดริดสองครั้งหลังสุดในยุโรปด้วยสกอร์รวม 6-3
– มาดริดชนะเกมเหย้า UCL 13 จาก 14 นัดหลังสุด
ขาด: เอแดร์ มิลิเตา, ดานี การ์บาฆาล, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แฟร์กล็องด์ เมนดี้, ดาวิด อลาบา, ดีน ฮุยเซน, เอ็ดดูอาร์โด คามาวิงกา
รอเช็กฟิต: คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
– แนวรับจำเป็นต้องใช้ เฟเดริโก บัลเบร์เด และ ฟราน การ์เซีย ยืนฟูลแบ็ก
– เบลลิงแฮมยังเป็นหัวใจเกมรุก
ขาด: โรดรี, มาเตโอ โควาชิช, จอห์น สโตนส์
– ไรอัน แชร์กี ลุ้นลงตัวจริงหลังฟอร์มเด่น
– ฮาลันด์, ฟิล โฟเดน, เฌเรมี โดคู พร้อมนำแนวรุก
กูร์กตัวส์; บัลเบร์เด, อาเซนซิโอ, รูดิเกอร์, การ์เรรัส; ชูอาเมนี, เซบายอส; อาร์ดา กูเลอร์, เบลลิงแฮม, วินิซิอุส จูเนียร์; การ์เซีย
ดอนนารุมมา; นูเนส, ดิอาส, กวาร์ดิโอล, โอไรลี; กอนซาเลซ; แชร์กี, เรจินเดอร์ส, โฟเดน, โดคู; ฮาลันด์
แม้เรอัล มาดริดจะยังมีจุดแข็งในเกมรุก แต่สถานการณ์เกมรับที่ขาดตัวหลักจำนวนมากทำให้ยากต่อการหยุดความดุดันของแมนฯ ซิตี้ โดยเฉพาะเมื่อฮาลันด์และโฟเดนกำลังมั่นใจ
เรือใบมีศักยภาพเพียงพอในการเจาะเกมรับที่อ่อนกำลังของเจ้าถิ่น แม้จะเสียโรดรีก็ตาม คาดว่าเกมจะเปิดแลกและมีประตูมากมาย
คาดการณ์สกอร์โดยสยามซอคเกอร์: เรอัล มาดริด 2-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็น: มาดริด 35% – เสมอ 25% – แมนฯ ซิตี้ 40%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์