วันและเวลาแข่งขัน: วันศุกร์ที่ 9 มกราคม 2026 เวลา 02.00 น. (เวลาไทย)
สนาม: คิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้, เมืองเจดดาห์ (สนามกลาง)

ศึกมาดริดดาร์บี้เวอร์ชันนอกประเทศสเปน แอตเลติโก มาดริด และ เรอัล มาดริด โคจรมาพบกันในรอบรองชนะเลิศ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ที่ซาอุดีอาระเบีย โดย “ตราหมี” หวังคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 4 ขณะที่ “ราชันชุดขาว” ตั้งเป้าซิวโทรฟี่สมัยที่ 14 เพื่อย้ำความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์สโมสร
แอตเลติโก มาดริด
แพ้ – ชนะ – ชนะ – ชนะ – ชนะ – เสมอ
เรอัล มาดริด
แพ้ – แพ้ – ชนะ – ชนะ – ชนะ – ชนะ
แอตเลติโก มาดริด
ไม่แพ้ 5 นัดติดต่อกัน
เกมรับยังมีวินัย แต่เกมรุกขาดความเด็ดขาด
เป้าหมายชัดเจนกับบอลถ้วยหลังลุ้นแชมป์ลีกยากขึ้น
เรอัล มาดริด
ชนะ 4 นัดติดต่อกัน
เกมรุกหลากหลายแม้ขาดตัวหลัก
สถิติในรายการนี้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
แอตเลติโก มาดริด เพิ่งทำได้เพียงเสมอ เรอัล โซเซียดาด 1-1 ในลีก แม้จะขึ้นนำจาก อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ แต่ถูกตีเสมออย่างรวดเร็ว ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ลา ลีกา แทบหมดลงตั้งแต่ครึ่งฤดูกาลแรก ส่งผลให้ถ้วยซูเปอร์ คัพ, โกปา เดล เรย์ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก กลายเป็นความหวังหลักในการยุติการรอคอยแชมป์ยาวนานกว่า 5 ปี
ด้าน เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ ฟอร์มกำลังร้อนแรง ชนะ 4 นัดติด ล่าสุดถล่ม เรอัล เบติส 5-1 แม้ไม่มี คีลิยัน เอ็มบัปเป โดย กอนซาโล การ์เซีย แจ้งเกิดเต็มตัวด้วยแฮตทริก กลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดในศตวรรษนี้ที่ทำแฮตทริกสมบูรณ์แบบในลา ลีกา
เมื่อพิจารณา สถิติการพบกัน เรอัล มาดริด เอาชนะแอตเลติโกในเวลา 90 นาทีได้เพียงครั้งเดียวจาก 7 นัดหลัง และไม่เคยคลีนชีตในดาร์บี้แมตช์นี้มาตั้งแต่ปี 2021 อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ในรายการนี้และคุณภาพเกมรุกที่หลากหลายยังทำให้ “ราชันชุดขาว” ดูเหนือกว่าเล็กน้อย
แอตเลติโก มาดริด ชนะ เรอัล มาดริด 5-2 ในลีกเมื่อเดือนกันยายน
เรอัล มาดริด ไม่คลีนชีตใส่แอตเลติโกมาแล้วกว่า 3 ปี
7 นัดหลัง เรอัล มาดริด ชนะในเวลา 90 นาทีเพียง 1 ครั้ง
แอตเลติโก มาดริด
ไม่มี เกลม็องต์ ล็องเลต์ และ นิโกลัส กอนซาเลซ
ปาโบล บาร์ริออส เจ็บน่อง ไม่น่าพร้อม
คอเนอร์ กัลลาเกอร์ มีลุ้นออกสตาร์ต
โรบิน เลอ นอร์ม็องด์ พร้อมเบียดตัวจริง
เรอัล มาดริด
คีลิยัน เอ็มบัปเป และ เอแดร์ มิลิเตา ยังบาดเจ็บ
บราฮิม ดิอาซ ติดภารกิจแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มีชื่อแต่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย
ดีน เฮาเซน ต้องเช็กความฟิตก่อนเกม
แอตเลติโก มาดริด (ระบบ 4-4-2)
โอบลัค; ญอเรนเต, ปูบิลล์, เลอ นอร์ม็องด์, ฮานซ์โก; ซิเมโอเน, กัลลาเกอร์, โกเก, บาเอนา; ซอร์ลอธ, อัลวาเรซ
เรอัล มาดริด (ระบบ 4-2-3-1)
กูร์กตัวส์; บัลเบร์เด, เฮาเซน, รูดิเกอร์, การ์เรราส; กามาวินกา, ชูอาเมนี; โรดรีโก, เบลลิงแฮม, วินิซิอุส; การ์เซีย
แม้แอตเลติโกจะมีประสบการณ์และความเขี้ยวในเกมดาร์บี้ แต่เรอัล มาดริด กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจ เกมรุกมีมิติมากกว่า และมีสถิติที่ดีในสแปนิช ซูเปอร์ คัพ ทำให้มีโอกาสเบียดผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
แอตเลติโก มาดริด 1-2 เรอัล มาดริด
แอตเลติโก มาดริด ชนะ: 28%
เสมอ (ต่อเวลา): 30%
เรอัล มาดริด ชนะ: 42%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์