เวย์น รูนีย์ ตำนานดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาเปิดเผยถึงสิ่งที่เขามองว่าเป็นปัญหาหลักของสโมสรนับตั้งแต่เจ้าตัวอำลาทีมไป

มรดกอันยิ่งใหญ่
รูนีย์ค้าแข้งกับยูไนเต็ดนานถึง 13 ปี คว้าแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขัน
และพาสโมสรเข้าสู่ช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์
พร้อมสร้างสถิติเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีม
เขาย้ำว่าทุกยุคที่แมนฯ ยูไนเต็ดประสบความสำเร็จ ล้วนมี “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” อยู่ในทีม
และไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เต็มไปด้วยนักเตะที่มีความเป็นผู้นำ
ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ไรอัน กิ๊กส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันย่า วิดิช หรือ ปาทริซ เอวร่า
เรื่องการขาดแคลนผู้นำรุ่นใหม่ของทีม
รูนีย์เล่าย้อนผ่านรายการพอดแคสต์ Rio Ferdinand Presents ว่า เมื่อเขาอำลาสโมสรในปี 2017
เหลือเพียงตนเองกับ ไมเคิล คาร์ริค ที่พอจะเป็นผู้นำในห้องแต่งตัวได้
“ตอนนั้นเรามองไปที่นักเตะรุ่นถัดมาแล้วคิดว่า ใครจะเป็นคนก้าวขึ้นมานำทีม?”
รูนีย์กล่าว พร้อมเสริมว่า แม้จะมี แอชลีย์ ยัง อยู่ แต่ก็ไม่ใช่กลุ่มผู้นำที่เหนียวแน่น
เขายกตัวอย่างนักเตะฝีเท้าดีอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ ปอล ป็อกบา
แต่ยอมรับว่าแม้จะมีพรสวรรค์สูง แต่กลับไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบในบทบาทผู้นำที่แท้จริง
รูนีย์สรุปว่า “ตั้งแต่ผมกับไมเคิล คาร์ริค ออกไป
ผมไม่คิดว่ายูไนเต็ดจะยังมี ‘จิตวิญญาณในห้องแต่งตัว’ เหลืออยู่อีกเลย”
อีกทั้งแฟนบอลก็เห็นด้วย
สิ่งที่รูนีย์สะท้อนตรงกับมุมมองของแฟนบอลหลายคนที่เชื่อว่า ปัจจุบันนอกจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส แล้ว
แทบไม่มีใครที่พร้อมยืนหยัดรับผิดชอบยามทีมกดดัน
อย่างไรก็ตาม มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ แสดงให้เห็นแววความเป็นผู้นำในฤดูกาลนี้
และแฟน ๆ “ปีศาจแดง” ต่างคาดหวังว่า การเสริมทัพภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อาโมริม จะช่วยค้นพบผู้นำตัวจริงในทีมอีกครั้ง