
โจวานี โล เซลโซ่ กองกลางเรอัล เบติส ออกมาเปิดใจหลังเกมยูโรปาลีกที่เสมอกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
โดยยอมรับว่าทีมรู้ดีว่าฝั่งคู่แข่งไม่สามารถทนแรงกดดันได้ตลอดทั้งเกม และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขากลับมาได้สำเร็จ
เกมนี้ ฟอเรสต์ ที่ยังไม่ชนะภายใต้การคุมทีมของ อังเก้ ปอสเตโคกลู ดูเหมือนจะได้เฮ หลังแม้จะโดนนำก่อนนาที 15
แต่พวกเขากลับมายิงสองประตูรวดในช่วงเวลาเพียง 5 นาทีจาก อิกอร์ เฮซุส พลิกนำ 2-1 และคุมเกมไว้ได้เกือบตลอด 90 นาที
จนกระทั่ง อันโตนี มายิงตีเสมอให้เบติสในนาที 85
สถิติหลังเกมแสดงให้เห็นว่า เบติสครองบอล 57% และจ่ายบอลสำเร็จ 526 ครั้ง
มากกว่าฟอเรสต์ที่ทำได้ 414 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการไล่บี้ในครึ่งหลังอย่างชัดเจน
โล เซลโซ่ เผยหลังเกมว่า
“ผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นแล้วว่าในครึ่งหลังเราทำได้ดีกว่ามาก หลังประตูแรกเรามีปัญหาหน่อย
ฟอเรสต์ได้โอกาสเยอะและนำ 2-1 แต่เราก็สู้ไปด้วยกัน อดทนไว้ และสุดท้ายก็หาทางตีเสมอได้”
“ครึ่งแรกเราขาดการดวลชนะ ปล่อยให้พวกเขาเล่นสบาย แต่ในครึ่งหลังเรารู้ว่า
พวกเขาจะไม่สามารถทนความเข้มข้นของเราได้ สุดท้ายพวกเขาเริ่มถอย และเราก็หาช่องเจอ”
“ผมว่าครึ่งหลังคือภาพของเบติสที่ทุกคนคุ้นเคย เราเจอกับทีมที่แข็งแกร่ง
มีคุณภาพและความเร็วสูง มันไม่ง่ายเลย แต่สุดท้ายเราก็เก็บ 1 แต้มสำคัญกลับมาได้”