มิเกล อาร์เตต้า เชื่อว่าความแข็งแกร่งในเชิงขุมกำลัง (squad depth) ของอาร์เซน่อลในเวลานี้ ทำให้ทีมมีศักยภาพมากพอที่จะไปได้ไกลยิ่งกว่าเดิมในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้

“ไอ้ปืนใหญ่” เข้าถึงรอบรองชนะเลิศเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ก่อนจะพ่ายให้กับแชมป์ในที่สุดอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ในเกมชนะโอลิมเปียกอส 2-0 เมื่อคืนวันอังคาร อาร์เตต้าสามารถโรเตชันนักเตะ โดยมีสตาร์ดังอย่าง เดแคลน ไรซ์,
เอเบเรชี่ เอเซ่ และบูกาโย่ ซาก้า นั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง
และสุดท้ายเป็น ซาก้า ที่ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง และยิงประตูตอกฝาโลงในช่วงทดเจ็บนาที 92 ช่วยคลายความกดดันให้ทีมได้สำเร็จ
อาร์เตต้ากล่าวหลังเกมว่า
“ด้วยความเคารพนะครับ ฤดูกาลที่แล้วเรามีตัวสำรองเป็นเด็กจากอะคาเดมีถึง 5 คน ที่แทบไม่เคยเล่นฟุตบอลอาชีพในแชมเปียนส์ลีกเลย มันต่างกันมากจริง ๆ”
“วันนี้เราตัดสินใจเปลี่ยนถึง 6 คน เพราะอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วม และรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งมันออกมาดีมาก”
เขายังเสริมว่า สภาพร่างกายของนักเตะหลายคนเริ่มล้าเพราะเพิ่งเล่นเกมหนักกับนิวคาสเซิลเมื่อไม่กี่วันก่อน
แต่ผู้เล่นที่ถูกสลับลงมาก็ยกระดับทีมขึ้นและช่วยให้คว้าชัยชนะได้
เกมนี้ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงให้อาร์เซน่อลออกนำตั้งแต่นาที 12 แต่ทีมก็ต้องอาศัยจังหวะเซฟมหัศจรรย์ของ ดาบิด ราย่า
ที่ปฏิเสธประตูตีเสมอของ ดาเนียล โพเดนซ์ อดีตแข้งวูล์ฟส์
บรรยากาศในสนามเอมิเรตส์ยังเต็มไปด้วยความกดดันจนกระทั่ง ซาก้า ยิงปิดกล่องช่วงทดเวลาเจ็บให้ทีมเก็บชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด
อาร์เตต้ายังกล่าวต่อว่า
“ผมมีความสุขมาก การชนะในแชมเปียนส์ลีกไม่เคยง่าย เราเริ่มต้นได้ดี มีโอกาสหลายครั้ง แต่ถ้าไม่จบสกอร์ คุณก็ต้องระวัง เพราะคู่แข่งมีโอกาสเสมอ เราจำเป็นต้องมีเซฟระดับมหัศจรรย์เพื่อรักษาคลีนชีต”
สำหรับอาร์เตต้า เกมนี้ยังมีความพิเศษเพราะต้องเผชิญหน้ากับ โฆเซ่ หลุยส์ เมนดิลิบาร์ กุนซือโอลิมเปียกอส
ผู้ซึ่งเคยเป็นโค้ชของเขาตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี
“มันยอดเยี่ยมมากที่ได้เจอเขา ดีใจที่เขากำลังทำผลงานได้ดี แต่ก็รู้สึกแปลกเหมือนกันเพราะเขาเคยเป็นโค้ชของผม ตอนนี้ผมแก่ขึ้นแล้ว (หัวเราะ) แต่ก็ได้เรียนรู้จากเขามากมาย เป็นประสบการณ์ที่ดีจริง ๆ”