
กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ยิงประตูแรกนาทีที่ 12 จากจังหวะซ้ำง่าย ๆ เปิดฉากเกมที่ดูเหมือนจะเป็นค่ำคืนสบาย ๆ ของเจ้าถิ่น
แต่กลับกลายเป็นเกมที่กดดัน เพราะปืนใหญ่พลาดโอกาสทองหลายครั้งในการปิดบัญชีทีมแชมป์กรีซ
ทีมของมิเกล อาร์เตต้า ต้องขอบคุณ ดาบิด ราย่า ที่เซฟมหัศจรรย์จากจังหวะวอลเลย์ระยะเผาขนของ ดาเนียล โพเดนซ์
อดีตแข้งวูล์ฟส์ ก่อนที่ซาก้าจะลงมาแก้สถานการณ์ ยิงประตูตอกฝาโลงนาที 90+2 ให้ทีมคว้าสามแต้ม
อาร์เซน่อลลงสนามนัดนี้โดยไม่มี เดแคลน ไรซ์ และ เอเบเรชี่ เอเซ่ ใน 11 ตัวจริง แต่ยังสร้างโอกาสได้ตั้งแต่ต้นเกม
เมื่อ ไมลส์ ลูอิส-สเกลลี่ เปิดให้มาร์ติเนลลี่โหม่งโล่ง ๆ ในกรอบ แต่บอลหลุดกรอบอย่างเหลือเชื่อ
ไม่นานหลังจากนั้น โอลิมเปียกอสมีโอกาสบ้างจากลูกโหม่งของ อายูบ เอล คาบี แต่ราย่ารับไว้ได้
ก่อนที่อาร์เซน่อลจะออกนำทันทีจากจังหวะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด แทงบอลให้ วิคตอร์ กโยเคเรส หลุดไปยิง
แม้ผู้รักษาประตู คอสตาส โซลาคิส เซฟได้แต่บอลเด้งชนเสา และมาร์ติเนลลี่ตามซ้ำไม่พลาด
ราย่ากลับมาโชว์เซฟสำคัญอีกครั้งในครึ่งแรก จากจังหวะที่โพเดนซ์วอลเลย์เต็มข้อ แต่เขาพุ่งปัดได้อย่างเหลือเชื่อ
ครึ่งหลัง อาร์เตต้าส่ง ไรซ์ ลงมาเพิ่มพลังแดนกลาง และเกือบมีผลทันทีเมื่อไรซ์ตัดบอลได้ก่อนจ่ายให้โอเดการ์ด
และต่อถึงทรอสซาร์ แต่ยิงไม่ผ่านโซลาคิส
โอลิมเปียกอสมีโอกาสตีเสมอ แต่ลูกยิงซ้ำของชิควินโญ่ถูกจับล้ำหน้า ช่วยให้ปืนใหญ่รอดตัว
อาร์เซน่อลยังเจอข่าวร้ายเมื่อ กาเบรียล มากัลเญส ปะทะกับราย่าจนต้องถูกเปลี่ยนตัว แต่ในช่วงท้ายเกม
โอเดการ์ดจ่ายทะลุให้ซาก้าในเขตโทษ และแข้งทีมชาติอังกฤษซัดลอดขาโซลาคิสตุงตาข่าย
ปิดเกมให้ปืนใหญ่คว้าชัยสองนัดติดในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้