ตลอดปีที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า กลายเป็นทีมที่สร้างมาตรฐานด้วยการชนะคู่แข่งแบบขาดลอยอยู่เสมอ
แต่ในเกมล่าสุด พวกเขาต้องลิ้มรสความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวด เมื่อถูก เซบีย่า ยิงไปถึง 4 ประตู และเอาชนะไปแบบเหนือชั้น

“โลส เนร์บิโอเนนเซส” ครองเกมเหนือกว่าอย่างชัดเจนตั้งแต่ครึ่งแรก และน่าจะนำห่างถึง 4 ลูกก่อนหมดครึ่งเวลา
ถ้าไม่ใช่เพราะฟอร์มเซฟสุดยอดของ วอยเชียค เชสนี่ และประตูตีไข่แตกของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ช่วยให้สกอร์จบครึ่งแรกเพียง 2-1
ครึ่งหลัง บาร์เซโลน่ามีโอกาสกลับมาได้หลายครั้งแต่พลาดหมด ก่อนจะถูกเจ้าบ้านยิงเพิ่มอีกสองลูก แพ้ไปแบบหมดรูป 4-1
เกมนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในฟอร์มที่ย่ำแย่ที่สุดของ บาร์เซโลน่า ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค
ตลอดครึ่งแรก พวกเขาแทบต่อบอลกันไม่ได้เลยเมื่อเจอกับการเพรสซิ่งดุดันของเซบีย่า
แนวรับเสียระบบอย่างหนัก และโดนทะลุแนวล้ำหน้าอยู่หลายครั้ง
ผู้เล่นเกือบทั้งทีมเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน โดยเฉพาะแดนกลางที่ดูอ่อนแรง
ขณะที่การขาดหายของ ลามีน ยามาล และ ราฟินญ่า ส่งผลอย่างมากต่อเกมรุก
แม้ประตูของแรชฟอร์ดจะจุดประกายความหวังเล็ก ๆ ก่อนจบครึ่งแรก แต่ครึ่งหลัง “เจ้าบุญทุ่ม” ก็ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้
พวกเขาครองบอลได้มากขึ้น ทว่าจบสกอร์ได้แย่สุด ๆ โดยเฉพาะ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่พลาดจุดโทษในช่วงเวลาสำคัญ
ซึ่งอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
รูนี บาร์ดก์จี ที่ถูกเปลี่ยนลงมาก็มีโอกาสทองสองครั้งแต่ยิงหลุดหมด สุดท้ายโดนเซบีย่าลงโทษด้วยประตูที่สามและสี่ ปิดเกมอย่างราบคาบ
ช่วงพักเบรกทีมชาติถือเป็นจังหวะเหมาะที่สุดสำหรับ ฟลิค และทีมงานในการ “ทบทวนและรีเซ็ตทุกอย่าง”
ทั้งในแง่สภาพร่างกาย จิตใจ และแท็กติก
ผู้จัดการทีมต้องเร่งแก้จุดอ่อนในระบบการเล่น โดยเฉพาะแนวรับที่ถูกคู่แข่ง “ถอดรหัส” การยืนไลน์สูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในขณะเดียวกัน นักเตะหลายคนจำเป็นต้องใช้เวลานี้ในการพักฟื้นและทบทวนฟอร์มของตนเอง เพื่อกลับมาพร้อมสู้ในเส้นทางลุ้นแชมป์ลาลีกาอีกครั้ง