Craig Bellamy เฮดโค้ชทีมชาติเวลส์ แสดงความเชื่อมั่นว่า “ช่วงเวลาพิเศษ” รออยู่ข้างหน้า
และลูกทีมของเขาจะคว้ามันมาให้ได้ ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่สำคัญกับทีมชาติเบลเยียม คืนวันจันทร์นี้

หลังความพ่ายแพ้อย่างเจ็บปวด 0-3 ต่อทีมชาติอังกฤษที่เวมบลีย์เมื่อวันพฤหัสบดี ความหวังของเวลส์กลับมามีชีวิตอีกครั้งเมื่อทีมชาติเบลเยียมทำได้
เพียงเปิดบ้านเสมอทีมชาตินอร์ทมาซิโดเนีย 0-0 ซึ่งผลนี้ทำให้เวลส์กลับมาถือชะตาการเข้ารอบไว้ในมือตัวเอง
หากเวลส์สามารถเก็บชัยชนะได้ใน 3 นัดสุดท้าย — เบลเยียมในบ้าน และบุกไปเยือนทีมชาติลิกเตนสไตน์กับทีมชาตินอร์ทมาซิโดเนียในเดือน
พฤศจิกายน — เวลส์จะคว้าแชมป์กลุ่มเจและได้สิทธิ์เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2026 โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปลุ้นเพลย์ออฟ
“นี่คือทุกอย่าง” เบลลามีกล่าวกับสื่อก่อนเกมที่สนามคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดียม “คุณอยากไปอเมริกาไหม? ผมก็อยากไปเหมือนกัน
เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อไปให้ถึงตรงนั้น”
บรรยากาศที่คาร์ดิฟฟ์เป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับทีมชาติเวลส์มาโดยตลอด โดยเฉพาะค่ำคืนปี 2015 ที่แกเร็ธ เบล ยิงประตูชัยใส่เบลเยียม
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ของทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม เบลลามีย้ำว่า แม้ชนะเบลเยียมในเกมนี้ก็ยังไม่สามารถการันตีอันดับได้ เพราะ “ทุกอย่างอาจเกิดขึ้นได้ในเดือนพฤศจิกายน”
ในเกมเลกแรกที่กรุงบรัสเซลส์ เวลส์เคยต่อสู้กลับจากการตามหลัง 0-3 ตีเสมอ 3-3 ก่อนพ่าย 3-4 จากประตูชัยท้ายเกมของ เควิน เดอ บรอยน์
เบลลามียังพูดถึงความท้าทายในการรับมือกับ เจเรมี โดกู ดาวรุ่งของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเขาเคยร่วมงานตอนอยู่กับสโมสรอันเดอร์เลชต์
โดยกล่าวติดตลกว่า “เราจะส่งผู้เล่นไปประกบเขาสัก 5 คนเลยถ้าเป็นไปได้” และชื่นชมว่า “เขาเป็นนักเตะที่หลบได้แม้แต่ในตู้โทรศัพท์”
อีกหนึ่งจุดสำคัญของเกมนี้คือ เบน เดวีส์ จะลงสนามเป็นนัดที่ 100 ในนามทีมชาติเวลส์ กลายเป็นนักเตะคนที่ 4 ต่อจาก แกเร็ธ เบล,
คริส กันเทอร์ และ เวย์น เฮนเนสซีย์ ที่ทำได้
“นี่เป็นช่วงเวลาพิเศษที่ผมฝันมาตลอด” เดวีส์กล่าว “ตอนเป็นเด็ก ผมแค่หวังว่าจะได้ติดทีมชาติสักครั้งเดียวก็พอแล้ว
การได้ลงเล่นครบ 100 นัด มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อจริงๆ”