
ก่อนหน้านี้ นักเตะชุดใหญ่และดาวรุ่งจากอคาเดมีมักซ้อมแยกกัน แต่ในยุคของอาโมริม มีการผสมสองกลุ่มเข้าฝึกซ้อมร่วมกัน ทั้งในด้านแท็กติกและเทคนิค เพื่อเพิ่มความกระตือรือร้นและการแข่งขันภายในทีม
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การผสมกลุ่มนี้ส่งผลทันที นักเตะชุดใหญ่ได้รับพลังงานและความหิวกระหายจากดาวรุ่ง ส่วนดาวรุ่งก็ได้ซึมซับประสบการณ์ระดับสูง “การซ้อมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พวกเด็กไม่ได้มาแค่เติมจำนวน แต่อาโมริมอยากให้พวกเขาเรียนรู้มาตรฐานและผลักดันตัวเองเพื่อแย่งตำแหน่ง” แหล่งข่าวกล่าว
แม้จะมีข้อท้าทาย โดยเฉพาะการที่นักเตะดาวรุ่งบางคนต้องใช้เวลาเพื่อปรับตัวให้เข้ากับจังหวะและความเข้มข้นของฟุตบอลระดับชุดใหญ่ แต่ทีมสตาฟฟ์ของอาโมริมได้วางแผนดูแลไม่ให้พวกเขาแบกรับภาระหนักเกินไป และเชื่อว่า “ประโยชน์ที่ได้รับมีมากกว่าความท้าทาย”
หนึ่งในนักเตะที่ได้รับคำชมมากที่สุดคือ เชีย เลซีย์ ปีกวัย 18 ปี ทีมชาติอังกฤษรุ่น U-20 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเพชรเม็ดงามของอคาเดมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เลซีย์โดดเด่นอย่างมากในการซ้อม ด้วยสไตล์การเล่นที่กล้าเลี้ยง กล้าเล่น และสร้างสรรค์เกมรุก แหล่งข่าวบอกว่า “เขาเล่นแบบไร้ความกลัว สร้างโอกาสตลอดเวลา และทำให้ทีมชุดใหญ่จับตามอง”
อาโมริมติดตามพัฒนาการของเลซีย์อย่างใกล้ชิด โดยมีแนวโน้มที่จะผลักดันให้เขามีชื่อติดทีมชุดใหญ่ในบางเกมของฤดูกาลนี้ ขณะเดียวกันหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีกกำลังให้ความสนใจยืมตัวดาวรุ่งรายนี้
อย่างไรก็ตาม จากการเปลี่ยนแนวทางของอาโมริมในช่วงฝึกซ้อม ทำให้เลซีย์และนักเตะดาวรุ่งหลายคนมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในแคร์ริงตัน และอาจกลายเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์