
ก่อนหน้านี้ “สิงห์บลูส์” ไม่เคยเสียประตูในการพบคาราบัคสองนัดก่อนหน้า แต่เกมนี้ทีมของ เอนโซ มาเรสกา เจอเกมสวนกลับเร็วของเจ้าถิ่นเล่นงานอย่างจัง หลังออกนำก่อนจากลูกยิงของ เอสเตวาโอ ในนาทีที่ 20
จังหวะนั้นเหมือนจะเป็นการปลุกคาราบัคให้ตื่น พวกเขาเริ่มบุกสวนอย่างรวดเร็ว และมาได้ประตูตีเสมอจาก เลอันโดร อันดราเด้ ก่อนที่ มาร์โก แยนโควิช จะยิงจุดโทษพาทีมขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 35 หลัง จอร์เรล ฮาโตะ ทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษ
มาเรสกาไม่พอใจกับฟอร์มของลูกทีมในครึ่งแรก จึงเปลี่ยนตัวถึงสามคนในช่วงพักครึ่ง และหนึ่งในนั้นคือ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ที่ลงมาพร้อมสร้างผลทันที ยิงประตูตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 52
หลังจากนั้นเชลซีครองบอลเหนือกว่า และพยายามบุกหาประตูชัยแต่ไม่สำเร็จ โดยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทั้งสองทีมมีโอกาสทอง แต่ผู้รักษาประตูทั้งสองฝ่ายช่วยทีมไว้ได้อย่างสุดยอด
นาทีที่ 4: โรเมโอ ลาเวีย มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก แม้จะเดินออกเองได้แต่มีสีหน้าไม่พอใจชัดเจน
นาทีที่ 18: ไทริก จอร์จ เปิดให้ อันเดรย์ ซานโตส พลาดยิงจ่อๆ แต่แก้ตัวทันทีด้วยการจ่ายให้เอสเตวาโอยิงนำ 1-0
นาทีที่ 29: ฮาโตะพลาดโดน กามิโล ดูรัน ฉีกหลุดก่อนยิงชนเสา และอันดราเด้ซ้ำเข้า
นาทีที่ 35: ฮาโตะทำแฮนด์บอลในเขตโทษ มาร์โก แยนโควิช ยิงไม่พลาด
นาทีที่ 52: การ์นาโช่ ยิงเสมอ 2-2 หลังเก็บบอลคืนจากจังหวะครอสไม่ดีของตัวเอง
นาทีที่ 90+: การ์นาโช่เกือบยิงชัยแต่โดน มาเตอุช โคคาลสกี เซฟสุดยอด
เชลซีได้เพียงหนึ่งแต้มกลับลอนดอน แม้ครองบอลมากกว่าแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้าย ส่วนเจ้าถิ่นคาราบัคสร้างความประทับใจด้วยเกมรับเหนียวแน่นและสวนกลับเร็วที่อันตราย
อาการบาดเจ็บของ ลาเวีย ถือเป็นข่าวร้ายเพิ่มเติมสำหรับทีมของมาเรสกา ซึ่งต้องเจอกับปัญหาผู้เล่นเจ็บต่อเนื่องในฤดูกาลนี้
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์