
ดาวเตะวัย 25 ปี กำลังกลับมาฟิตสมบูรณ์และทำผลงานโดดเด่นให้กับทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ซึ่งรั้งอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีกในเวลานี้ หลังจากต้องเจออาการบาดเจ็บรบกวนหลายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเขาเคยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, สโมสรโลก และยูฟ่า ซูเปอร์คัพ ในปี 2021
เจมส์กล่าวถึงการได้กลับมาร่วมงานกับทูเคิ่ลอีกครั้งในทีมชาติอังกฤษว่า
“มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้กลับมาทำงานกับเขาอีกครั้ง ผมกลับมาเล่นให้ทีมชาติอังกฤษและได้ลงสนามสม่ำเสมอกับเชลซี เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เคยร่วมคว้าแชมป์หลายรายการ และผมก็สนุกกับการเล่นภายใต้เขา”
“เขาเป็นทั้งผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมและเป็นคนที่ดี ซึ่งทั้งสองอย่างนี้หาได้ยาก ผมมีความสุขมากที่ได้ร่วมงานกับเขา”
เจมส์กล่าวเพิ่มเติมถึงบทบาทความเป็นผู้นำในทีมว่า
“สิ่งสำคัญในการประสบความสำเร็จคือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีม ไม่ใช่แค่คนเดียวที่ต้องแบกรับทุกอย่าง ยิ่งเรามีความแข็งแกร่งในฐานะกลุ่มมากเท่าไร เป้าหมายของเราก็จะยิ่งเข้าใกล้มากขึ้น”
เจมส์เปิดเผยว่าช่วงเวลาที่เขาต้องเป็นกัปตันแต่ไม่สามารถลงสนามได้ คือหนึ่งในบททดสอบที่สำคัญที่สุดในชีวิตค้าแข้ง
“สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมคือการต้องนำทีมในตอนที่ไม่ได้ลงเล่น แต่ตอนนี้เมื่อได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ผมเติบโตขึ้นมากในบทบาทกัปตัน ผมพยายามเรียนรู้จากผู้นำคนอื่น ๆ ทั้งในเชลซีและทีมชาติ”
เขายังเสริมว่า แม้ในเชลซีเขาจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่อายุมากที่สุด แต่ในทีมชาติอังกฤษเขายังถือว่าเป็นรุ่นน้องที่ต้องเรียนรู้จากนักเตะอาวุโสกว่า
สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่จะจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เจมส์ยอมรับว่าความร้อนอาจเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ประสบการณ์ในทัวร์นาเมนต์สโมสรโลกที่อเมริกาช่วยให้เขารับมือได้ดีขึ้น
“เมื่อคุณอยู่ในรอบชิงชนะเลิศและต้องเจอกับแชมป์ยุโรป คุณไม่มีเวลามานั่งรอดูเกม คุณต้องไล่กดดันคู่แข่งให้ได้มากที่สุด ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์อาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมฝันไว้เสมอ แต่ตอนนี้ผมมองไปข้างหน้า รู้สึกดี มีฟอร์มที่ดี และมุ่งมั่นรักษาความฟิตเพื่อช่วยทีมต่อเนื่องจนถึงซัมเมอร์”
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์