
ทั้งบัลแกเรียและจอร์เจียหมดลุ้นเข้ารอบไปล่วงหน้าแล้ว เกมนี้จะเป็นการลงสนามเพื่อลบความผิดหวังและเรียกศรัทธาทิ้งทวนรอบคัดเลือก โดยบัลแกเรียยังไม่มีแม้แต่แต้มเดียว ส่วนจอร์เจียชนะเพียงนัดเดียวจากห้าเกม
บัลแกเรียต้องรอถึงอย่างน้อยปี 2030 หากหวังกลับไปฟุตบอลโลกอีกครั้ง หลังผลงานรอบคัดเลือกครั้งนี้ย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นยุค อิลิยาน อิลิเยฟ ด้วยความพ่ายแพ้ต่อสเปนและจอร์เจีย 0-3 ก่อนถูกปลด และแม้ได้ อเล็กซานดาร์ ดิมิตรอฟ เข้ามารับช่วงต่อ ผลงานก็ยังตกต่ำ พ่ายสามนัดรวดด้วยสกอร์รวม 1-12
เกมล่าสุดแพ้ตุรกี 0-2 ทำให้ไร้ชัย 10 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ เสมอเพียงสองครั้ง และยิงได้เพียงประตูเดียวในระยะหลัง การเล่นในบ้านแม้เคยมีช่วงแข็งแกร่ง แต่สถิติปัจจุบันไม่เอื้อให้คาดหวังมากนัก
บัลแกเรียต้องการชัยชนะเพื่อหยุดสถิติอันย่ำแย่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาคว้าชัยคือเฉือนลักเซมเบิร์ก 1-0 ในเนชั่นส์ลีกเดือนพฤศจิกายน 2024
การเผชิญหน้าจอร์เจียช่วงหลังไม่ดีนัก เนื่องจากพวกเขาแพ้ต่อจอร์เจียทั้งสองนัดล่าสุดในทุกรายการ ทั้ง 0-3 และ 2-5 หากต้องการแก้มือ เกมนี้ต้องเล่นให้รัดกุมขึ้นกว่าที่ผ่านมา
จอร์เจียหมดลุ้นเช่นกัน หลังแพ้ถึง 4 จาก 5 เกม โดยเกมล่าสุดโดนสเปนบุกถล่ม 0-4 สะท้อนปัญหาเกมรับที่เสียแล้ว 13 ประตู แม้จำนวนนี้ยังดีกว่าบัลแกเรียหลายประตู
หลังผ่านช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในยูโร 2024 ซึ่งเข้ารอบสุดท้ายเป็นครั้งแรก จอร์เจียไม่สามารถต่อยอดความสำเร็จนั้นได้ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งนี้
แม้ฟอร์มจะดร็อป แต่พวกเขายังมีแรงจูงใจในการปิดท้ายรอบคัดเลือกด้วยการคว้าชัยแบบเหมาเห็ด หลังเคยเอาชนะบัลแกเรีย 3-0 ในบ้านเมื่อเดือนกันยายน จากผลงานของ ควิช่า ควารัตส์เคเลีย, นิกา กักนิดเซ และ จอร์จ มีคาอุตัดเซ
อย่างไรก็ดี เกมเยือนช่วงหลังไม่น่าประทับใจ แพ้ 4 จาก 5 นัด โดยชนะแค่ อาร์เมเนีย ในเดือนมีนาคม แต่พวกเขาเคยบุกถล่มบัลแกเรีย 5-2 ในยูฟ่า เนชั่นส์ลีก เมื่อปี 2022 จึงยังเป็นทีมที่เหนือกว่าในภาพรวม
แพ้ – แพ้ – แพ้ – แพ้ – แพ้
แพ้ – ชนะ – แพ้ – แพ้ – แพ้
– อันตอน เนเดียลคอฟ, เปตโก้ ฮริสตอฟ, ราโดสลาฟ คิริลอฟ และ สตานิสลาฟ อีวานอฟ ถอนตัวจากทีมชุดนี้
– อาจมีการปรับทีมเพื่อความสด โดย มาร์ติน มินเชฟ, มาริน เปตคอฟ และ อีวายโล โชเชฟ พร้อมถูกเลือกให้เป็นตัวจริง
– คิริล เดสปอตอฟ จะนำแนวรุกเหมือนเดิม หลังทำไปแล้ว 15 ประตูในนามทีมชาติ
– สแตนิสลาฟ อีวานอฟ, กาเบรียล ซิกัว, กักนิดเซ และ มีคาอุตัดเซ ถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บ
– จอร์จี้ โคชาราชวิลี กลับมาพร้อมลงเล่นหลังพ้นโทษแบน
– กูราม คาชิอา มีลุ้นคัมแบ็กแนวรับแทน ซาบา โกกลิชิเดเซ ที่เจ็บในเกมแพ้สเปน
– แกนหลักอย่าง ควารัตส์เคเลีย, บูดู ซิมซีวัดเซ และ อิกอร์ เดวิตาชวิลี พร้อมนำทัพ
มิตอฟ; จอร์จีเยฟ, คริสติยาน ดิมิตรอฟ, เชอร์เนฟ, เฮนดรี เปตรอฟ; ครัสเตฟ, กรูเยฟ, โชเชฟ; เปตคอฟ, มินเชฟ, เดสปอตอฟ
มามาร์ดัชวิลี; โกโชเลชวิลี, โลโชชวิลี, คาเบีย, มามูชาชวิลี; ไคเตยชวิลี, เมกวาบิชวิลี, โคชาราชวิลี; เดวิตาชวิลี, ควารัตส์เคเลีย, ซิมซีวัดเซ
บัลแกเรียเล่นต่ำกว่ามาตรฐานมาอย่างยาวนาน เกมรับเสียประตูง่ายและขาดความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย แม้จะได้เล่นในบ้าน แต่ศักยภาพของทีมยังเป็นรองชัดเจน
จอร์เจียแม้ฟอร์มโดยรวมไม่ดี แต่ยังมีคุณภาพในแนวรุกที่สร้างความแตกต่างได้ โดยเฉพาะ ควารัตส์เคเลีย ที่พร้อมสร้างปัญหาให้แผงหลังเจ้าถิ่น เกมรับของบัลแกเรียไม่น่าเชื่อถือพอที่จะหยุดแนวรุกจอร์เจียได้ตลอด 90 นาที
คาดการณ์สกอร์โดยสยามซอคเกอร์: บัลแกเรีย 0-2 จอร์เจีย
– จอร์เจีย ชนะ: 65%
– เสมอ: 20%
– บัลแกเรีย ชนะ: 15%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์