
ลิเวอร์พูลที่กำลังโดนกังขาว่าหมดลุ้นป้องกันแชมป์ลีก ต้องเปิดบ้านรับฟอเรสต์ที่ฟอร์มเริ่มนิ่งและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้การคุมทีมของ ฌอน ไดช์ เกมนี้ถือเป็นบททดสอบความมั่นใจของเจ้าบ้านอย่างแท้จริง
ผลงานลีกล่าสุด: แพ้ – แพ้ – แพ้ – แพ้ – ชนะ – แพ้
ผลงานรวมทุกรายการ: ชนะ – แพ้ – แพ้ – ชนะ – ชนะ – แพ้
ความพ่ายแพ้ 0-3 ต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ก่อนพักเบรกเป็นเครื่องยืนยันว่าตอนนี้ลิเวอร์พูลยังห่างไกลจากการลุ้นแชมป์ แม้ลูกยิงของ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จะถูกยกเลิกแบบค้านสายตา แต่ฟอร์มโดยรวมนั้นสู้ไม่ได้จริง
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในบ้านยังเชื่อถือได้ ภายใต้ อาร์เน่ สลอต ลิเวอร์พูลชนะ 4 จาก 5 เกมเหย้าในลีก และยิงประตูในพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์ได้ต่อเนื่องมากกว่า 1 ปีเต็ม (เกมล่าสุดที่ยิงไม่ได้คือพบฟอเรสต์ กันยายน 2024)
ผลงานลีกล่าสุด: แพ้ – แพ้ – แพ้ – แพ้ – เสมอ – ชนะ
ผลงานรวมทุกรายการ: แพ้ – ชนะ – แพ้ – เสมอ – เสมอ – ชนะ
ฟอเรสต์กำลังมีพัฒนาการชัดเจนภายใต้ ไดช์ ชนะลีดส์ 3-1 ก่อนพักเบรก และไม่แพ้ 3 นัดติด เกมรุกดูดีขึ้น สร้างโอกาสเฉลี่ย 13 ครั้งต่อเกม และค่า xG มากกว่า 1.6 ต่อเกม ซึ่งสูงกว่ายุคโปสเตโคกลู และเอสปิริโต ซานโต
ฤดูกาลก่อน ฟอเรสต์เก็บ 4 แต้มจากลิเวอร์พูล (ชนะ 1 เสมอ 1) และตอนนี้มีโอกาสไม่แพ้ 3 นัดลีกติดกันกับลิเวอร์พูลครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993
ฟอเรสต์เก็บ 4 แต้มจากลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว
ลิเวอร์พูลยิงประตูในบ้านในพรีเมียร์ลีกทุกนัดตั้งแต่กันยายน 2024 ยกเว้นเจอฟอเรสต์
ฟอเรสต์ชนะที่แอนฟิลด์ครั้งล่าสุดต้องย้อนไปปี 1963
ลิเวอร์พูลมีปัญหาด้านความสม่ำเสมอ เกมรับมีช่องโหว่เมื่อเจอคู่แข่งที่เล่นเร็วและเข้าปะทะหนัก ซึ่งเป็นสไตล์ของทีม ไดช์ แบบตรงตัว แม้ อลิสซอน จะกลับมาช่วยสร้างความมั่นใจ แต่การขาด ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ และคอเนอร์ แบรดลีย์ ส่งผลต่อความหลากหลายเกมรุกและความสมดุลของแผงหลัง
ฟอเรสต์เน้นรับลึกและโต้กลับเร็ว มี มอร์แกน กิบบ์ส-ไวท์ ที่กำลังลุ้นยิงสามนัดติดในพรีเมียร์ลีก รวมถึงมิดฟิลด์อย่าง ซังกาเร และ แอนเดอร์สัน ที่ดุดันในแดนกลาง สไตล์ของฟอเรสต์สามารถทำให้ลิเวอร์พูลเล่นยากอย่างมาก เหมือนที่เกิดขึ้นในฤดูกาลก่อน
ลิเวอร์พูลยังเหนือกว่าเรื่องคุณภาพผู้เล่น แต่ฟอร์มที่แกว่งและเกมรับที่ไม่แน่นอนทำให้โอกาสแบ่งแต้มมีสูง
ฟิตกลับมา: อลิสซอน เบ็คเกอร์ (หายเจ็บแฮมสตริง)
บาดเจ็บ: ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (กล้ามเนื้อ), คอเนอร์ แบรดลีย์ (กล้ามเนื้อ), เยเรมี ฟริมปง (แฮมสตริง), โจวานนี เลโอนี (ACL)
จุดเปลี่ยนสำคัญ: อเล็กซานเดอร์ อิซัค อาจได้ลงตัวจริงแทน อูโก เอกิติเก
สถิติสำคัญ: โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดที่ 300
คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล (4-2-3-1)
อลิสซอน; โจนส์, โกนาเต้, ฟาน ไดค์, โรเบิร์ตสัน; แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟนแบร์ค; ซาลาห์, โซบอสไล, กัคโป; อิซัค
บาดเจ็บ: คริส วูด (เข่า), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (สะโพก), ดิลาน บาเกวา, โอลา ไอนา (ต้นขา), ดักลาส ลุยซ์ (ต้นขา), แองกัส กันน์ (เข่า), ไตโว อโวนิยี
คีย์แมน: มอร์แกน กิบบ์ส-ไวท์, อิบราฮิมา ซังกาเร, เอลเลียต แอนเดอร์สัน
คาดการณ์ 11 ตัวจริง ฟอเรสต์ (4-2-3-1)
เซลส์; ซาโวนา, มูรีโย, มิลินโควิช, วิลเลียมส์; ซังกาเร, แอนเดอร์สัน; เอ็นดอย, กิบบ์ส-ไวท์, ฮัตชินสัน; เฆซุส
คาดการณ์สกอร์โดยสยามซอคเกอร์: ลิเวอร์พูล 1-1 นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์
ฟอเรสต์มีจังหวะโต้กลับที่อันตราย และรูปแบบการยืนเกมรับต่ำแบบ ไดช์ สามารถสร้างความลำบากให้ลิเวอร์พูลได้เหมือนฤดูกาลก่อน เจ้าบ้านยังไม่แกร่งพอจะชนะแบบมั่นใจ โอกาสแบ่งแต้มมีสูง
เปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้
ลิเวอร์พูล ชนะ: 40%
เสมอ: 35%
ฟอเรสต์ ชนะ: 25%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์