ศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยดราม่าและผลการแข่งขันสุดหักปากกาเซียน เมื่อ
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เปิดเซนต์ เจมส์ พาร์กล้ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1
น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บุกชนะ ลิเวอร์พูล 3-0 ถึงแอนฟิลด์
ขณะที่ เชลซี บุกเชือด เบิร์นลีย์ 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญต่อเนื่อง
บรรยากาศทั้งวันแน่นไปด้วยจังหวะลุ้นประตู, ดราม่า VAR และโอกาสยิงที่ถูกพลาดแบบไม่น่าเชื่อ

เกมดึกที่เซนต์ เจมส์ พาร์ก กลายเป็นหนึ่งในแมตช์สุดเดือดของฤดูกาล แม้ครึ่งแรกจะจบที่สกอร์ 0-0 แต่โอกาสเพียบทั้งสองฝั่ง
สถิติค่าความน่าจะเป็นในการได้ประตู (xG) รวมกันเกิน 2.5 แต่กลับยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น
ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ มีจังหวะหลุดเดี่ยวโล่ง ๆ แต่ซัดหลุดกรอบจนถูกมองว่าอาจเป็น “จังหวะพลาดแห่งฤดูกาล”
เออร์ลิง ฮาลันด์ มีโอกาสยิงและโดน นิค โป๊ป เซฟสวย ๆ หลายครั้ง ขยี้ความหวังในการทำประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีกออกไปก่อน
เข้าสู่ครึ่งหลัง เกมมาระเบิดช่วงประมาณชั่วโมงแรกของการแข่งขัน
นาทีต้น ๆ ของครึ่งหลัง:
บาร์นส์ แก้ตัวสำเร็จ รับบอลบริเวณหัวกะโหลกก่อนกดผ่านมือ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ให้ นิวคาสเซิล ขึ้นนำ 1-0
แต่ความดีใจอยู่ได้แค่สามนาที เมื่อ
หลังลูกเตะมุมฝั่งซิตี้ บอลตกมาเข้าทาง รูเบน ดิอาส วอลเลย์ลอดขา ฟาเบียน แชร์ เข้าประตู ตีเสมอเป็น 1-1
เกมดำเนินต่อแบบเดือดจัดและจังหวะปะทะในเขตโทษเพียบ จนมาถึงประตูชัย
จังหวะชุลมุนในเขตโทษ ซิตี้เคลียร์กันไม่ขาด บอลตกเข้าทาง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ที่ใช้ความนิ่งจัดการจบสกอร์อีกครั้ง เป็น 2-1
มีการเช็ก VAR อย่างยาวนานในประเด็นล้ำหน้า ก่อนจะให้เป็นประตูในที่สุด
ชัยชนะนัดนี้ทำให้นิวคาสเซิลชนะซิตี้ในลีกได้เป็นครั้งที่สองจาก 36 นัดหลังสุด และทำให้ตารางคะแนนหัวตารางยิ่งเบียดกันแน่นขึ้น โดยมี อาร์เซน่อล นำอยู่สามแต้ม
ที่แอนฟิลด์ แฟนลิเวอร์พูลต้องเจอค่ำคืนที่ไม่น่าจดจำ เมื่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ บุกมาเล่นอย่างกล้าหาญและเฉียบคมกว่าชัดเจน
ครึ่งแรก
ฟอเรสต์ได้ประตูจากลูกเตะมุมที่ลิเวอร์พูลเคลียร์กันไม่ขาด บอลไปเข้าทาง มูริโญ่ (มูริลโญ่/มูริลโญ) จัดการยิงให้ทีมเยือนนำ 1-0
ฟอเรสต์ขึ้นนำ 2-0 ในครึ่งแรกจากจังหวะที่แนวรับเจ้าบ้านสับสน แต่ประตูที่สองโดน VAR ริบเพราะแฮนด์บอลของ อิกอร์ เฆซุส
อย่างไรก็ตาม หลังเริ่มครึ่งหลังเพียง 39 วินาที
ฟอเรสต์ฉีกแนวรับลิเวอร์พูลอีกครั้ง ก่อนที่ นิโกโล ซาโวนา จะจบสกอร์ให้ทีมเยือนหนีเป็น 2-0
ท้ายเกม
โอมาริ ฮัตชินสัน กระชากเข้าไปยิงให้ อลิสซง เซฟออกมา แต่บอลเด้งเข้าทาง มอร์แกน กิบส์-ไวต์ ซ้ำเข้าไป เป็น 3-0
แฟนเจ้าถิ่นหลายคนเริ่มเดินออกจากสนามก่อนจบเกม ในขณะที่สกอร์นี้ทำให้
ลิเวอร์พูลมีผลงาน ชนะ 6 แพ้ 6
หล่นลงไปอยู่กลางตารางในอันดับ 11 แบบน่ากังวล
คู่หัวค่ำที่เทิร์ฟ มัวร์ เบิร์นลีย์ ของ สกอตต์ พาร์คเกอร์ เปิดบ้านรับ เชลซี แชมป์สโมสรโลกทีมล่าสุด
ช่วงต้นเกม
เบิร์นลีย์ออกสตาร์ทได้ดีกว่า มีจังหวะโต้กลับอันตรายหลายครั้ง
ตูมาส ทชาอูนา สร้างปัญหาให้แนวรับเชลซีอย่างต่อเนื่อง และบังคับให้ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า/โรแบร์ ซานเชซ ต้องเซฟ early
แม้เชลซีจะยังตั้งเกมไม่ได้ แต่จุดเปลี่ยนมาถึงก่อนพักครึ่ง
เจมี กิตเทนส์ ครอสบอลอย่างเยี่ยมไปเสาไกล
เปโดร เนโต้ พุ่งโหม่งเต็มแรงส่งบอลเสียบตาข่าย ให้เชลซีนำ 1-0
ครึ่งหลัง เชลซีคุมจังหวะเกมได้เนียนขึ้น
เนโต้มีจังหวะยิงชนเสาอย่างน่าเสียดาย
เบิร์นลีย์ได้โอกาสทองจาก เซียน เฟลมิง แต่ซัดข้ามคานไปเอง
ประตูปิดเกมมาถึงช่วงท้าย
มาร์ก กียู ไหลคืนให้ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ในกรอบเขตโทษ ก่อนดาวเตะอาร์เจนไตน์แปเน้น ๆ เข้าไป เป็น 2-0
เชลซีคว้าสามแต้มเต็ม พร้อมเก็บคลีนชีต และเป็นการชนะที่สำคัญก่อนโปรแกรมหนักกับ บาร์เซโลน่า และ อาร์เซน่อล
บอร์นมัธ 2-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เวสต์แฮมออกนำ 2-0 จาก คัลลัม วิลสัน เหมาคนเดียวสองประตู
เจ้าถิ่นตีไข่แตกจากจุดโทษของ มาร์คัส ทาเวอร์นิเยร์ ก่อน เอนเนส อูนาล ลงมาซัดตีเสมอ 2-2 ช่วงท้ายเกม
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 0-2 คริสตัล พาเลซ
ดานี มูโญซ ยิงเบิกร่อง และ เยเรมี ปีโน ปั่นโค้งสุดสวยปิดกล่อง 2-0
ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 2-1 เบรนท์ฟอร์ด
เบรนท์ฟอร์ดนำก่อนจากจุดโทษของ อิกอร์ ติอาโก
ไบรท์ตันรัวคืนสองลูกจาก แดนนี เวลเบ็ค และประตูชัยของ แจ็ค ฮินส์เชิลวูด
ฟูแล่ม 1-0 ซันเดอร์แลนด์
ประตูชัยจาก ราอูล ฆิเมเนซ ในนาทีท้าย ๆ พาฟูแล่มคว้าชัยแบบหืดจับ
ค่ำคืนพรีเมียร์ลีกนี้จึงเป็นวันที่ “บิ๊กทีม” ต้องเจอทั้งความกดดันและคำถามใหม่ ๆ ขณะที่ทีมนอกท็อป 6 หลายสโมสรเริ่มส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมสร้างปัญหาให้ใครก็ได้ในฤดูกาลนี้
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์