
แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องช็อกกันทั้งสนาม เมื่อทีมรักแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ผู้มาเยือนจะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนตั้งแต่นาทีแรก ๆ ของเกม นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ “ปีศาจแดง” แพ้คู่แข่งที่เหลือผู้เล่นน้อยกว่า — อีกหนึ่งสถิติอันน่าผิดหวังในยุคของ รูเบน อาโมริม
ปัญหาหลักที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก คือวิธีการเล่นที่ดูจะเข้าทางเอฟเวอร์ตันเต็ม ๆ หลังทีมของ เดวิด มอยส์ ถอยตั้งรับลึกเป็นบล็อกต่ำ ยูไนเต็ดกลับเลือกเล่นด้วยการโยนเข้าเขตโทษแบบไม่มีความหลากหลาย ทั้งที่ไม่มี เบนยามิน เชสโก ที่เจ็บเป็นเป้าหมายในแดนหน้า
หลังเกม มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ให้สัมภาษณ์กับช่องของสโมสรแบบตรงไปตรงมา โดยยืนยันว่าแท็กติกของทีมผิดทางตั้งแต่แรก
กองหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์กล่าวว่า
“ชัดเจนมาก มันเป็นคืนที่แย่สำหรับเรา เล่น 11 ต่อ 10 ประมาณ 70 นาที แต่กลับเสียประตู และสร้างโอกาสได้น้อยเกินไป น่าผิดหวังมาก”
เขาย้ำว่าทีมเล่นผิดวิธีตั้งแต่ต้น
“พวกเขาแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศ แต่เรากลับโยนบอลเข้าไปเรื่อย ๆ ทั้งที่ไม่มีผู้เล่นที่จะจบสกอร์จากบอลลักษณะนั้น มันคือการเล่นเข้าทางจุดแข็งของพวกเขาเต็ม ๆ”
ยูไนเต็ดยิงแค่ไม่กี่ครั้งแบบมีลุ้น ทั้งที่มี 38 ครอส และ 9 ลูกเตะมุม แต่ไม่มีจังหวะอันตรายจริงจัง เดอ ลิกต์ย้ำว่าทีมขาด “ความกระหายและการวิ่งทำทาง” ซึ่งควรเกิดขึ้นเมื่อคู่แข่งเหลือผู้เล่นน้อยกว่า
การไม่มี เชสโก ทำให้ โจชัว เซิร์กซี ต้องเล่นเป็นหน้าเป้าแบบโดดเดี่ยว และแทบไม่สามารถสร้างอิมแพกต์ได้เลย แต่หัวหน้าโค้ชชาวโปรตุเกสก็ยังใช้รูปแบบเดิม ไม่ปรับระบบเพิ่มจำนวนนักเตะแทรกสอดเข้าเขตโทษ และการเปลี่ยนตัวก็ถูกตั้งคำถามอีกครั้งว่าช้าเกินไปและไม่ตอบโจทย์เกมรุก
บทวิจารณ์จากนักเตะภายในทีมเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหลังเกมนี้ที่เดอ ลิกต์พูดแทนหลายคนว่า
“เราไม่มีความเร่งด่วนในจังหวะสำคัญ และเมื่อไม่ยิงประตู ก็ต้องแพ้แบบนี้”
ความพ่ายแพ้ต่อเอฟเวอร์ตันอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนเชิงลบ หากอาโมริมไม่รีบแก้ไข เพราะทีมกำลังเสียโมเมนตัมในช่วงกำลังทวงตำแหน่งท็อปโฟร์ โดยเฉพาะเมื่อผู้เล่นอย่าง เบรยาน เอ็มเบวโม และ อาหมัด จะเดินทางไปเล่นแอฟริกัน เนชันส์ คัพ ในเดือนหน้า ทีมยิ่งต้องมีแผนรุกที่หลากหลายมากกว่าแค่การครอสบอลเข้าไปหวังพึ่งโชค
เกมต่อไปจะเป็นบทพิสูจน์ว่า ยูไนเต็ดภายใต้รูเบน อาโมริม จะตอบสนองจากความพ่ายแพ้แบบน่าอายนี้ได้มากแค่ไหน