
ฤดูกาล 2025/26 ของลิเวอร์พูลกำลังแผ่ขยายวิกฤตไปอีกขั้น หลังเปิดบ้านแพ้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แบบหมดรูป 1-4 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ส่งผลให้ อาร์เน่ สลอต เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการแพ้ 9 นัดใน 12 เกมล่าสุด
แม้กุนซือชาวดัตช์ไม่อาจรับผิดชอบต่อความผิดพลาดเฉพาะตัวของผู้เล่นได้ทั้งหมด แต่ความล้มเหลวในการหยุดยั้งฟอร์มดิ่งลงเหวของทีมกำลังทำลายทั้งเส้นทางในลีกและยุโรป
ลูกเสียจุดโทษตั้งแต่นาทีที่ 6 จากการทำฟาวล์ด้วยแขนลอยสูงของ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค เป็นการเปิดฉากฝันร้าย ขณะที่ฟอร์มการเล่นของ อิบราฮิมา โกนาเต้ แย่จนปะติดปะต่อไม่ได้ และจังหวะพลาดกะบอลผิดจังหวะจนกลายเป็นประตูที่สามก็แทบไม่น่าแปลกใจจากผลงานช่วงหลังของเขา
ลิเวอร์พูลตอบโต้ได้ดีในช่วงสั้น ๆ เมื่อ โดมินิก โซโบสไล ตามตีเสมออย่างเยือกเย็นจากจังหวะรีบาวนด์ของ โคดี กัคโป แต่ความมั่นใจที่เปราะบางทำให้ทีมพังง่ายทุกครั้งที่โดนกดดัน
ฟาน ไดจ์ค ยังเกือบโดนใบแดงในช่วง 20 นาทีแรกจากการเข้าบอลช้าจนน่าใจหายใส่ อิสมาเอล ไซบารี ความตึงเครียดของเขาทำให้สภาพผู้นำในสนามแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ช่วงท้ายครึ่งแรก ลิเวอร์พูลเริ่มตั้งเกมได้ดีขึ้น โดย ฮูโก เอกีตีเก้ ได้จังหวะสับไก และฟาน ไดจ์ค โหม่งชนคาน แต่ผู้รักษาประตูพีเอสวี มาเตย์ โควาร์ ไม่ได้เผชิญงานหนักเท่าที่ควรในภาพรวม
ครึ่งหลังเปิดมาไม่นาน ความผิดพลาดเกือบทำลายทีมอีกครั้ง เมื่อ เคอร์ติส โจนส์ ในบทบาทแบ็กขวาจำเป็น พยายามลักไก่จ่ายชิพข้ามหน้าประตูตัวเอง
ไม่นานพีเอสวีก็หนีเป็น 2-1 เมื่อลิเวอร์พูลปล่อยให้ เมาโร จูเนียร์ ลากบอลกว่า 30 หลาโดยไร้การเข้าสกัด ก่อนที่ กุส ทิล จะจบสกอร์จากระยะใกล้ ส่วนผู้เล่นลิเวอร์พูลทำได้เพียงยืนมองท้องฟ้าอย่างสิ้นหวัง
การลงสนามของดาวยิงค่าตัวสถิติอังกฤษ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ไม่ได้ช่วยกู้สถานการณ์ แม้โซโบสไลมีโอกาสยิงอีกครั้ง และกัคโปโหม่งหลุดอย่างไม่น่าเชื่อ
จากนั้นความผิดพลาดของโกนาเต้ก็กลายเป็นจุดแตกหัก เขาเสียสมาธิปล่อย ริคาร์โด เปปี หลุดไปยิงชนเสา ก่อนที่ คูไฮบ์ ดริวเอช จะตามซ้ำไม่เหลือ
นี่เป็นเกมที่สองติดต่อกันที่โกนาเต้ถูกสลับออกหลังสร้างความผิดพลาดหนัก โดย เฟเดริโก เคียซา ที่ลงมาแทนอย่างน้อยก็แสดงความกระหายมากกว่า
ปิดท้าย ลิเวอร์พูลโดนยิงลูกที่สี่ในช่วงทดเวลา จากการตบกลับของ แซร์จิโน เดสต์ ให้ดริวเอชยิงประตูที่สองของตัวเอง เป็นการปิดฉากค่ำคืนอันเลวร้าย
แม้ยังไม่มีสัญญาณว่าบอร์ดบริหารเตรียมปลดสลอตในทันที แต่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกช่วยกันแรงกดดันได้เพียงระดับหนึ่ง หากผลลัพธ์ยังคงเลวร้ายต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว
เสียงโห่จากแฟนบอลในแอนฟิลด์เป็นสัญญาณอันชัดเจน และที่หนักกว่านั้นคือ ลิเวอร์พูลหลุดจากโซนอัตโนมัติในการเข้ารอบน็อกเอาต์แชมเปียนส์ลีก ก่อนต้องเจอโปรแกรมโหดเยือน อินเตอร์ มิลาน และ โอลิมปิก มาร์กเซย ซึ่งฟอร์มกำลังแรงขึ้น
สถานการณ์ตอนนี้จึงไม่ใช่แค่ฟอร์มตก แต่เป็นวิกฤตความเชื่อมั่นทั้งทีม และสลอตต้องหาวิธีพลิกสถานการณ์ให้เร็วที่สุดก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามเกินกู้กลับ
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์