
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลีดส์ ยูไนเต็ด ต่างต้องการกลับมาสู่เส้นทางชัยชนะหลังฟอร์มสะดุดทั้งคู่ โดยนี่คือการพบกันครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 เกมที่ อิลคาย กุนโดกัน ยิงเบิ้ลพาเรือใบสีฟ้าชนะ 2-1
ความพ่ายแพ้ 0-2 ต่อ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดล่าสุด กลายเป็นการแพ้ในรอบแบ่งกลุ่มที่เอติฮัดครั้งแรกในรอบกว่า 7 ปี หลัง เป๊ป กวาร์ดิโอลา หมุนทีมถึง 10 ตำแหน่ง
ก่อนหน้านั้น ซิตี้ เพิ่งแพ้นิวคาสเซิล 1-2 ทำให้พวกเขาแพ้สองนัดติดรวมทุกรายการ และร่วงไปอันดับ 3 ของตาราง ตามหลัง อาร์เซน่อล 7 แต้ม
อย่างไรก็ตาม สถิติเมื่อพบลีดส์น่าประทับใจ
ชนะลีดส์ 4 นัดติด ในพรีเมียร์ลีก
ยิงรวม 16 ประตู จาก 4 เกมนั้น
เคยถล่ม 7-0 เมื่อปี 2021
ซิตี้ยังมีโอกาสทำสถิติชนะในบ้านด้วยผลต่าง 2 ลูกขึ้นไป 6 นัดติด ในลีก หากเก็บชัยชนะอีกครั้ง
ฟอร์มกำลังย่ำแย่
แพ้ 5 จาก 6 นัด หลังสุดในพรีเมียร์ลีก
แพ้ 3 นัดติดต่อ ไบรท์ตัน, ฟอเรสต์ และ แอสตัน วิลล่า
แม้ ลูคัส เอ็นเมช่า ยิงให้ทีมขึ้นนำในสองเกมหลังสุด แต่ลีดส์กลับไม่สามารถคงความได้เปรียบไว้ได้ ขณะเดียวกันทีมยิงได้น้อยมาก—เพียง 11 ประตูจาก 12 นัด มีมากกว่าแค่ วูล์ฟส์ เท่านั้น
แนวรับเสียประตูติดต่อกัน 9 นัด และทีมหล่นสู่โซนตกชั้น สถานการณ์กดดันอย่างหนัก
สถิติเยือน เอติฮัด ก็ไม่ดี
แพ้ 2 นัดเยือนซิตี้ล่าสุด
ยิงได้ยาก เกมรับรั่ว และวิกฤติความมั่นใจ
แมนฯ ซิตี้ ชนะ 4 นัดหลังสุดที่พบกันในพรีเมียร์ลีก
ยิงลีดส์รวม 16 ลูกในช่วงนั้น
ลีดส์ไม่ชนะที่เอติฮัดมาตั้งแต่ปี 2021
ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูต่อเกมในบ้านหลายสัปดาห์ติด
ฟอร์มเกมรุกยังคาดหวังได้ โดยเฉพาะ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ที่ยิงในเอติฮัด 5 นัดติด
เกมรับแข็งแกร่งยามเฝ้ารัง แม้นัดล่าสุดจะหมุนทีมและพลาด
ยิงได้ในช่วงต้นเกม แต่หลังนาที 15 ประสิทธิภาพลดลง
กมรับเสียประตูง่าย เสียไป 17 ลูกจาก 9 นัดหลัง
ไม่ชนะเกมเยือนแมนฯ ซิตี้มา 3 ปี
ฟอร์มโดยรวมทั้งเปอร์เซ็นต์ชนะต่ำและขาดความมั่นใจ
ความพ่ายแพ้ของแมนฯ ซิตี้ มักจะก่อให้เกิด “ปฏิกิริยาตอบโต้” อย่างรุนแรงตามแบบฉบับเป๊ป โดยเฉพาะเมื่อลงเล่นในเอติฮัดที่ทีมมักโชว์ฟอร์มดุดัน เกมนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นฝ่ายครองเกม เดินหน้าบุกตั้งแต่นาทีแรก และเล่นเร็วโจมตีแนวรับที่เปราะของลีดส์อย่างต่อเนื่อง
ด้านลีดส์ แม้จะยิงขึ้นนำในช่วงต้นเกมบ่อยครั้ง แต่การรักษาสมดุล การยืนตำแหน่ง และการป้องกันลูกครอสยังเป็นปัญหาใหญ่ การมาเยือนเอติฮัดช่วงฟอร์มย่ำแย่แบบนี้ ถือเป็นภารกิจที่ยากเกินไป
ขาดผู้เล่น:
มาเตโอ โควาชิช (ข้อเท้า/ส้นเท้า – พักยาว)
โรดรี้ (ความฟิตยังไม่เต็ม)
สถานการณ์ทีม:
นิโก กอนซาเลซ คาดว่าจะได้ออกสตาร์ตเกมที่ 7 ติดต่อกัน
แนวรับชุดหลัก นูเนส – ดิอาส – กวาร์ดิโอล – โอไรลีย์ จะกลับมาประจำการ
แบร์นาร์โด ซิลวา หรือ ไทฌานี เรย์นเดอร์ส จะยืนคู่กลาง
โดกู, โฟเดน, แชร์กี คืนตัวจริงสนับสนุน ฮาแลนด์ ที่ลุ้นยิงประตูที่ 100 ในพรีเมียร์ลีก และยิงในบ้าน 5 นัดติด
ขาดผู้เล่น:
อันตอน สตัค (กระทบกระเทือน – ห้ามลง)
ฌอน ลองสตาฟฟ์ (น่อง – พัก 4-6 สัปดาห์)
รอเช็กฟิต:
เซบาสเตียน บอร์นาว (เข่า)
สถานการณ์ทีม:
แดนกลางจะใช้ อาโอ ทานากะ – อิลเลีย กรูเอฟ – อิมปาดู
อิมปาดู เสี่ยงแบนหากโดนใบเหลือง
เอ็นเมช่า คาดว่าจะยืนหน้าเป้าต่อ หลังยิงขึ้นนำให้ทีม 3 นัดติดต่อกัน
เจมส์ และ ญอนโต้ ขนาบข้างเกมรุก
ดอนนารุมมา; นูเนส, ดิอาส, กวาร์ดิโอล, โอ’ไรลีย์; แบร์นาร์โด, กอนซาเลซ; แชร์กี, โฟเดน, โดกู; ฮาแลนด์
แพร์รี; โบเกิล, โรดอน, สตรุยค์, กุ๊ดมุนด์สสัน; กรูเอฟ, อิมปาดู, ทานากะ; เจมส์, เอ็นเมช่า, ญอนโต้
นี่คือเกมที่แมนฯ ซิตี้ “ต้องชนะ” เพื่อไม่ให้ตามหลังจ่าฝูงมากไปกว่าเดิม ขณะที่ลีดส์อยู่ในช่วงวิกฤติทั้งเกมรับและเกมรุก ประกอบกับการเจอคู่แข่งระดับซิตี้ในช่วงเวลานี้แทบจะไม่มีจุดแข็งให้สู้
คาดการณ์สกอร์:
คาดการณ์สกอร์โดยสยามซอคเกอร์: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลีดส์ ยูไนเต็ด
แมนฯ ซิตี้ ชนะ: 65%
เสมอ: 25%
ลีดส์ ชนะ: 10%
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์