
แม้ว่าบาร์ซ่าจะถูกวิจารณ์เรื่องการยืนไลน์เกมรับที่ดันสูงเกินไป แต่พวกเขาก็ยังยืนพื้นด้วยแนวทางเดิม และเป็นจุดอ่อนที่ถูกลงโทษในประตูแรกของเกม
จังหวะนั้น นาอูเอล โมลีนา วางบอลทะลุช่องสุดสวยให้ อเล็กซ์ บาเอนา หลุดเข้าไปล่อเป้าและยิงผ่าน โจอัน การ์เซีย เข้าไป ออฟไซด์ถูกยกธงในตอนแรก แต่ VAR ยืนยันว่าตัวรุกแอตเลติโกยืนไลน์เดียวกับ เปา กูบาร์ซี กลายเป็นประตู 1-0 ให้ทีมเยือน
ความได้เปรียบของผู้มาเยือนไม่นานเกินหกนาที เมื่อ เปดรี แทงทะลุช่องให้ ราฟินญา หลุดเดี่ยว ก่อนล็อกหลบ ยาน โอบลัค และแปโล่งๆ เข้าไป เป็นประตูที่สองในสองนัดของปีกทีมชาติบราซิล
บาร์ซ่าน่าจะขยับขึ้นนำในเวลาต่อมา เมื่อได้จุดโทษ แต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ยิงโด่งข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
ถึงแม้จะพลาดโอกาสทอง แต่พวกเขาก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 65 จาก ดานี โอลโม่ ที่ประสานงานกับเลวานดอฟสกี ก่อนปั่นผ่านมือโอบลัคเสียบเสาไกล เป็นลูกสามนัดรวดของตัวรุกทีมชาติสเปน
อย่างไรก็ตาม ประตูนี้แลกด้วยอาการบาดเจ็บไหล่ ทำให้โอลโม่ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกทันทีหลังยิงประตูได้
ช่วงทดเจ็บ เฟร์ราน ตอร์เรส ทำประตูย้ำชัย 3-1 จากจังหวะที่ อเลฆันโดร บัลเด้ จ่ายให้แบบจ่อๆ เก็บสามแต้มได้อย่างเด็ดขาด
ชัยชนะนัดนี้ทำให้บาร์เซโลนาหนี เรอัลมาดริด เป็น 4 คะแนน ขณะที่ราชันชุดขาวจะลงเตะกลางสัปดาห์กับแอธเลติก คลับ นับเป็นครั้งแรกที่ฟลิคพาบาร์ซ่าชนะแอตเลติโก มาดริดในบ้าน นับตั้งแต่รับตำแหน่งกุนซือ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการไล่ล่าแชมป์ในฤดูกาลนี้
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์