ตลอดยุคทองของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต่างจดจำได้ดีว่า “การแก้เกมด้วยตัวสำรอง” คือเครื่องหมายการค้าของทีม
ไม่ว่าจะเป็นค่ำคืนมหัศจรรย์ที่คัมป์นู เมื่อ เท็ดดี้ เชอริงแฮม และ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ลงมาพลิกเกมคว้าถ้วยยุโรป หรือประตูปาฏิหาริย์ของ เฟเดริโก มาเคดา ที่ช่วยจุดประกายเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

แต่หลังจากเฟอร์กูสันวางมือ ยูไนเต็ดผ่านผู้จัดการทีมมานับหลายคน ทว่าก็ไม่มีใครพาทีมกลับไปใกล้เคียงความยิ่งใหญ่เช่นวันวานได้
ภายใต้การทำทีมของ รูเบน อาโมริม ฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดดูห่างไกลจากมาตรฐานเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะ “ช่วงทดเวลาบาดเจ็บที่เคยเป็นตำนาน” ซึ่งแทบไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ขณะเดียวกันตัวสำรองของทีมก็แทบไม่สร้างผลกระทบใด ๆ
สื่อ The Athletic เปิดเผยสถิติที่น่ากังวลว่า จนถึงตอนนี้ ยูไนเต็ดไม่มีผู้เล่นคนใดทำประตูจากการลงมาเป็นตัวสำรองเลย ตลอดฤดูกาล ซึ่งส่งผลให้ทีมรั้งอันดับ 19 จาก 20 ทีมพรีเมียร์ลีกในแง่ผลงานตัวสำรอง และจะรั้งอันดับสุดท้ายทันทีหากไม่ใช่เพราะจังหวะที่ ไอเดน เฮฟเวน จ่ายแอสซิสต์ในเกมพบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน
สถิติยังชี้ว่า อาโมริมเลือกปรับเกมรับมากกว่าการเสริมความดุดันในแดนหน้าเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง คอบบี เมนู ที่ยืนยันว่าผู้จัดการทีมมักเลือกหมุนเวียนมิดฟิลด์ตัวต่ำและวิงแบ็ก มากกว่าจะปรับเปลี่ยนแนวรุก
แม้อาโมริมจะส่งกองหน้าลงสนามมากกว่าตำแหน่งอื่น แต่สองตัวเลือกในมืออย่าง โยชัว เซิร์กซี และ เบนจามิน เซสโก้ (ที่บาดเจ็บ) ต่างประสบปัญหาฟอร์มตกและความฟิตไม่สมบูรณ์ ทำให้ทีมขาดเขี้ยวเล็บในจังหวะสุดท้าย
ปัญหายังลุกลามไปถึงการเปลี่ยนตัวเชิงรับที่กลับกลายเป็นการทำให้ทีมเสียแต้ม เช่นในเกมพบฟูแลมหรือแมตช์ล่าสุดที่เสมอเวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เมื่อรวมสถิติที่น่ากังวล ผลงานในลีกที่ย่ำแย่ และข้อครหาว่าเขาไม่ให้ความสำคัญกับนักเตะจากอะคาเดมี ภาพรวมชี้ชัดว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้ยุคอาโมริมกำลังเดินไปในทิศทางที่ไม่น่าไว้วางใจ
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้อีก 1ช่องทาง loonscore ลุ้นสกอร์