เจฟเต้ แบ็กซ้ายดาวรุ่งวัย 21 ปี เปิดใจแบบตรงไปตรงมา หลังเปิดตัวเป็นผู้เล่นใหม่ของ พัลไมรัส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
โดยยอมรับว่าการย้ายออกจาก เรนเจอร์ส เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่สุดในเส้นทางค้าแข้งของเขา
ดาวเตะชาวบราซิลเผยกับ Globo Esporte ว่า การติดต่อจากพัลไมรัสทำให้เขารู้สึก “ตกใจมาก” เพราะไม่คิดว่าจะมีทีมดังในบ้านเกิดให้ความสนใจ
“มันเป็นเรื่องที่ทำให้ผมประหลาดใจจริง ๆ จนถึงกลางเดือนที่แล้ว ผมยังไม่รู้เลยว่าพัลไมรัสสนใจผม”
“ตอนเอเยนต์บอก ผมช็อกไปเลย และตอบทันทีว่าผมอยากมาที่นี่ไม่ว่าด้วยเงื่อนไขใด ๆ เพราะนี่คือเป้าหมายของผม”
เจฟเต้เพิ่งได้ประเดิมสนามเกมแรกกับทีม โดยลงมาเป็นสำรองในเกมพบสปอร์ต เขายอมรับว่ารู้สึกตื้นตัน แม้จะได้เล่นเพียง 8-10 นาที แต่ก็สัมผัสได้ถึงการสนับสนุนที่ยอดเยี่ยมจากสโมสร
แข้งรายนี้ยังมองว่าการกลับมาเล่นในบราซิล จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถูกเรียกติดทีมชาติ เนื่องจากตำแหน่งแบ็กซ้ายยังขาดผู้เล่นที่โดดเด่นในเวลานี้
“การย้ายมาที่นี่สำคัญกับผมมาก เพราะผมอยากถูกมองเห็น ทุกวันนี้แบ็กซ้ายที่โดดเด่นมีไม่มากในโลก
และถ้าสักวันหนึ่งผมเล่นได้ดีตามที่หวัง บางทีผมอาจถูกเรียกติดทีมชาติบราซิล ซึ่งเป็นความฝันของผม”
เจฟเต้ยังยอมรับว่า หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เขาเลือกพัลไมรัสคือการได้ร่วมงานกับ อาเบล แฟร์เรร่า
กุนซือโปรตุเกสที่เขาชื่นชมมาตลอด แม้จะไม่ได้รับการติดต่อโดยตรง แต่ก็รู้ว่าตัวโค้ชเองคือคนที่ต้องการเขามากที่สุด
“เขาไม่ได้โทรหาผม แต่ผมรู้ว่าการย้ายครั้งนี้เป็นเพราะเขาต้องการจริง ๆ ผมดีใจมาก
เพราะเขาคือโค้ชที่ผมชื่นชมมาเสมอ การได้ทำงานร่วมกับเขาคือสิ่งที่มีค่ามากสำหรับผม”
ก่อนหน้านี้ เจฟเต้เคยเป็นเด็กปั้นของฟลูมิเนนเซ แต่ไม่ได้โอกาสลงสนาม จนย้ายไปเล่นกับ APOEL ในไซปรัส
และต่อด้วยเรนเจอร์สในสกอตแลนด์ ซึ่งเขามองว่าแต่ละก้าวคือการเก็บประสบการณ์เพื่อรอโอกาสสำคัญ และการย้ายมา พัลไมรัส คือเวทีที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา
“พัลไมรัสไม่ใช่ทีมเล็ก มันคือสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล การย้ายมาที่นี่สำคัญต่อทั้งอาชีพและชีวิตผม เพราะผมมั่นใจว่าจะได้รับการมองเห็นมากกว่าที่เคยผ่านมา”
การเปิดใจครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่า เจฟเต้ มองพัลไมรัสเป็นเวทีที่จะยกระดับเส้นทางค้าแข้ง และอาจเป็นก้าวสำคัญสู่การติดทีมชาติบราซิลในอนาคต