
และมันได้ถูกนำมาใช้จริงแล้วถึงสองครั้งในศึกฟุตบอลโลก U-20!
ครั้งแรกเกิดขึ้นในเกมที่เกาหลีใต้แพ้ยูเครน 1-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ที่ผ่านมา เมื่อกุนซือเกาหลีใต้ อี ชาง-วอน
ไม่เห็นด้วยกับจังหวะที่ทีมของเขาอาจได้จุดโทษ จึงชูใบเขียวให้ผู้ตัดสินเพื่อบังคับให้มีการทบทวนจังหวะดังกล่าว—
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ
ครั้งที่สองเกิดขึ้นในเกมที่โมร็อกโกเอาชนะสเปน 2-0 วันอาทิตย์ที่ 28 โดยโค้ช โมฮาเหม็ด อัวห์บี
ของโมร็อกโกไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิงกับการที่ผู้ตัดสินให้จุดโทษกับทีมตนเอง แทนที่จะประท้วงเฉย ๆ
เขาก็ชูใบเขียวขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งครั้งนี้นำไปสู่การทบทวน และในที่สุดการให้จุดโทษถูกยกเลิก!
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ “ใบเขียว” สามารถ พลิกคำตัดสิน ได้จริงในทัวร์นาเมนต์ของฟีฟ่า
เมื่อปีที่แล้ว ฟีฟ่าตัดสินใจเริ่มต้นโครงการนำร่อง โดยใช้ฟุตบอลโลก U-20 เป็นสนามทดสอบ
ใบเขียว มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้โค้ช—คล้ายกับใน NFL และ NBA—สามารถเรียกร้องให้มีการทบทวนจังหวะสำคัญได้
ในหนึ่งเกม โค้ชมีสิทธิ์ใช้ใบเขียวได้ สูงสุดสองครั้ง
ต่างจากใบเหลืองและใบแดงที่ใช้ลงโทษทางวินัย ใบเขียวมีหน้าที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินของกรรมการ
เมื่อโค้ชชูใบเขียว จะเป็นการเรียกระบบ FVS (Football Video Support) ซึ่งถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแทน VAR เหมาะสำหรับทัวร์นาเมนต์หรือองค์กรที่ไม่สามารถติดตั้งระบบ VAR ได้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ
ในศึกฟุตบอลโลก U-20 ใบเขียวสามารถใช้ได้กับการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับ:
จังหวะจุดโทษ
ประตู
การไล่ออก
การแจกใบผิดคน
และที่สำคัญคือ ผู้ตัดสินในสนามจะเป็นผู้ตรวจสอบภาพเองจากจอมอนิเตอร์ โดยไม่มีทีมงานภายนอกเข้ามาแทรกแซง
แล้วคุณคิดอย่างไร: นี่คือสิ่งที่มีประโยชน์ต่อฟุตบอลจริงหรือเปล่า? หรือแท้จริงแล้ว ฟุตบอลไม่จำเป็นต้องมีสิ่งนี้เลย?