วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2568 เวลา 23.30 น. (เวลาไทย)
สนาม: สแตมฟอร์ด บริดจ์

ศึกบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีกคืนวันเสาร์ เชลซี เปิดรังรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล
โดยทั้งสองทีมต่างมีปัญหาฟอร์มสะดุดให้ต้องกังวล เจ้าถิ่น "สิงห์บลูส์" เพิ่งเรียกความมั่นใจจากชัยชนะในเกมยุโรป
ส่วน "หงส์แดง" ของ อาร์เน่ สลอต แพ้รวดสองเกมหลังสุดและอาจเสียตำแหน่งจ่าฝูงก่อนลงสนาม
เชลซี (รวมทุกรายการ): เสมอ – แพ้ – แพ้ – ชนะ – แพ้ – ชนะ
ลิเวอร์พูล (รวมทุกรายการ): ชนะ – ชนะ – ชนะ – ชนะ – แพ้ – แพ้
เชลซี (เหย้า)
ชนะ เบนฟิก้า 1-0 (UCL)
แพ้ ไบรท์ตัน 1-3 (พรีเมียร์ลีก)
เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (พรีเมียร์ลีก)
ลิเวอร์พูล (เยือน)
แพ้ กาลาตาซาราย 0-1 (UCL)
แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-2 (พรีเมียร์ลีก)
ชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1 (พรีเมียร์ลีก)
เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เอนโซ่ มาเรสก้า ผลงานในลีกยังแกว่ง แพ้ 2 นัดติดก่อนหน้านี้ และมีปัญหานักเตะบาดเจ็บและติดโทษแบนหลายราย แต่ยังได้กำลังใจจากการเฉือนชนะ เบนฟิก้า ในแชมเปียนส์ลีก เกมรุกยังพอมีทีเด็ดจาก เอสเตวาว และ ชูเอา เปโดร
ฝั่ง ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญวิกฤติเล็ก ๆ แพ้สองเกมติดทั้งในลีกและยุโรป ฟอร์มเกมรับดูหลวมลง และล่าสุดเสีย อลิสซอน บีเกอร์ มือหนึ่งคนสำคัญไปจากอาการเจ็บ อย่างไรก็ตาม เกมรุกยังไว้ใจได้จาก โม ซาลาห์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่มักยิงได้เวลามาเยือนเดอะบริดจ์
แม้ ลิเวอร์พูล จะศักยภาพทีมเหนือกว่า แต่ด้วยสภาพขวัญกำลังใจและปัญหาผู้เล่นเจ็บ เกมนี้มีโอกาสสูงที่จะออกเสมอ เชลซีเองก็มีสถิติที่ดีในการเจอหงส์แดงในบ้านช่วงหลัง
ม.ค. 2025: ลิเวอร์พูล 3-1 เชลซี (พรีเมียร์ลีก)
ส.ค. 2024: ลิเวอร์พูล 2-1 เชลซี (คอมมิวนิตี้ ชิลด์)
ก.พ. 2024: ลิเวอร์พูล 4-1 เชลซี (พรีเมียร์ลีก)
ส.ค. 2023: เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
เม.ย. 2023: เชลซี 0-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
เชลซี:
ติดโทษแบน: เทรโวห์ ชาโลบาห์, มิไคโล มูดริก
บาดเจ็บ: ดาริโอ เอสซูโก้ (ต้นขา), โตซิน อดาราบิโอโย่ (น่อง), โคล พาล์มเมอร์ (โคนขาหนีบ), เลียม เดแล็ป (ต้นขา), ลีวาย โคลวิลล์ (เข่า)
รอเช็กฟิต: เวสลี่ย์ โฟฟาน่า (ศีรษะ), อันเดรย์ ซานโตส (เจ็บเล็กน้อย)
ลิเวอร์พูล:
บาดเจ็บ: อลิสซอน (โคนขาหนีบ), ฮูโก้ เอคิติเก้ (ต้นขา), โจวานนี่ เลโอนี่ (เอซีแอล)
รอเช็กฟิต: รานดัล โกโล มูอานี่ (กล้ามเนื้อ), เฟเดริโก้ เคียซ่า (เจ็บเล็กน้อย)
ตัวหลัก: โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โดมินิค โซบอสซ์ไล, เวอร์กิล ฟาน ไดค์, อเล็กซานเดอร์ อิซัค
เชลซี (4-2-3-1):
ซานเชซ; เจมส์, อเชมปง, บาเดียชิล, คูคูเรญ่า; เฟร์นานเดซ, ไกเซโด้; เอสเตวาว, บัวโนเต้, เนโต้; เปโดร
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1):
มามาร์ดาชวิลี; ฟริมปง, โกนาเต้, ฟาน ไดค์, เคอร์เคซ; แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟนเบิร์ช; ซาลาห์, โซบอสซ์ไล, กัคโป; อิซัค
เชลซี เล่นในบ้านยังพอสร้างแรงกดดันได้ แต่ปัญหาตัวเจ็บและแบนอาจทำให้เกมไม่ไหลลื่น
ลิเวอร์พูล เกมรุกยังน่ากลัว แต่การขาด อลิสซอน อาจส่งผลชัดเจนต่อเกมรับ
ทั้งสองทีมฟอร์มไม่สม่ำเสมอ มีสิทธิ์ออกเสมอสูง
ฟันธง: เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล
เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็น: เชลซี 30% – เสมอ 35% – ลิเวอร์พูล 35%